การส่งออก K-뷰티 ในไตรมาสที่ 1 พุ่งแตะ 3.1 พันล้านดอลลาร์ สูงสุดเป็นประวัติการณ์ — แซงหน้าฝรั่งเศสขึ้นแท่นผู้ส่งออกเครื่องสำอางรายใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ
มูลค่าการส่งออกเครื่องสำอางของเกาหลีใต้ในไตรมาสที่ 1 ปี 2026 อยู่ที่ 3.1 พันล้านดอลลาร์ (ตัวเลขประมาณการ) เพิ่มขึ้น 19.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ซึ่งถือเป็นผลประกอบการที่สูงที่สุดในทุกไตรมาสที่เคยมีมา โดยเฉพาะในเดือนมกราคมที่มีอัตราการเติบโตสูงถึง 36.1% และเดือนมีนาคมที่ 27.0% สะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของ K-뷰티 ในระดับโลก
ความสำเร็จที่น่าจับตามองที่สุดคือตลาดสหรัฐฯ โดยในไตรมาสที่ 1 ยอดการส่งออกไปยังสหรัฐฯ อยู่ที่ 620 ล้านดอลลาร์ คิดเป็น 19.8% ของยอดส่งออกรวม ทำให้สหรัฐฯ กลายเป็นตลาดอันดับ 1 ของเกาหลีใต้ ทั้งนี้เกาหลีใต้ได้แซงหน้าฝรั่งเศสขึ้นเป็นผู้ส่งออกเครื่องสำอางรายใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ มาตั้งแต่ปี 2025 และในปี 2026 นี้ยังคงขยายช่องว่างให้ห่างออกไปอีก โดยยอดการส่งออกไปยังสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นถึง 40.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
มูลค่าการส่งออกแยกตามประเทศ ได้แก่ สหรัฐฯ (620 ล้านดอลลาร์), จีน (470 ล้านดอลลาร์, 15.0%) และญี่ปุ่น (290 ล้านดอลลาร์, 9.3%) ตามลำดับ อย่างไรก็ตาม ตลาดจีนมียอดลดลง 50 ล้านดอลลาร์เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงภาวะซบเซาที่ยังคงดำเนินอยู่ แต่การเติบโตในตลาดเกิดใหม่อย่างเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตะวันออกกลาง และอเมริกากลางและใต้ สามารถชดเชยยอดที่ลดลงจากตลาดจีนได้อย่างเพียงพอ
เคล็ดลับความสำเร็จระดับโลกของ K-뷰티 อยู่ที่ส่วนผสมที่เป็นนวัตกรรมและความสามารถในการนำเทรนด์ โดยคำสำคัญที่ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมในปี 2026 คือ ‘Medicosmic’ ซึ่งเป็นเทรนด์การนำส่วนผสมระดับการแพทย์ เช่น PDRN, Exosome, Tranexamic acid และ EGF มาประยุกต์ใช้ในผลิตภัณฑ์สกินแคร์ทั่วไปที่กำลังแพร่หลายไปทั่วโลก โดยเฉพาะส่วนผสม ‘Spicule’ ที่สกัดจากฟองน้ำทะเล ซึ่งกำลังได้รับความสนใจอย่างล้นหลามบนโซเชียลมีเดียในฐานะวัตถุดิบยุคใหม่ที่ให้ผลลัพธ์เสมือนการทำ Microneedling
Olive Young ได้เลือกเทรนด์ K-뷰티 ประจำปี 2026 ว่าคือ ‘Complete Self’ (การแสวงหาความเป็นตัวเองที่สมบูรณ์แบบ) ซึ่งเป็นการเปลี่ยนผ่านกระบวนทัศน์ความงามที่ครอบคลุมไปถึงสุขภาพภายใน (Wellness) นอกเหนือจากความงามภายนอก โดยผลิตภัณฑ์ที่เน้นเสริมสร้างเกราะป้องกันผิวด้วยส่วนผสมจากการหมัก เซราไมด์ และโพสต์ไบโอติกส์ กำลังเป็นผู้นำในตลาดโลก
ในด้านเทรนด์เมคอัพ K-뷰티 ก็กำลังเป็นผู้นำกระแสโลกเช่นกัน แทนที่จะเน้นการแต่งหน้าจัดเต็มหรือลุค ‘Clean Girl’ แต่กลับกลายเป็นความงามแบบ ‘Diffused’ ที่เน้นการดูแลผิวและเผยความฉ่ำวาวอย่างเป็นธรรมชาติ สไตล์การแต่งหน้าอันเป็นเอกลักษณ์ของ K-뷰티 เช่น คิ้วตรงที่ดูนุ่มนวล, ปากแบบเบลอขอบ (Blurred lips) และการปัดแก้มที่ดูละมุน กำลังแพร่หลายในหมู่บิวตี้อินฟลูเอนเซอร์ทั่วโลก
อุตสาหกรรมคาดการณ์ว่ายอดการส่งออก K-뷰티 ในปีนี้จะก้าวเข้าสู่ยุค 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์ หลังจากที่ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 1.143 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2025 โดยคาดว่าจะมีการเติบโตมากกว่า 30% ในปี 2026 ซึ่งรัฐบาลเองก็ได้เพิ่มการสนับสนุนการส่งออกสำหรับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม พร้อมทั้งร่วมมือด้านกฎระเบียบในต่างประเทศ โดยเมื่อวันที่ 8 เมษายน ได้มีการจัดตั้งคณะทำงานความร่วมมือด้านกฎระเบียบร่วมกับหน่วยงานกำกับดูแลด้านสุขอนามัยของบราซิล (ANVISA) เพื่อสร้างฐานที่มั่นในการเข้าสู่ตลาดอเมริกากลางและใต้
ปัจจุบัน K-뷰티 ไม่ได้เป็นเพียงการส่งออกเครื่องสำอางเท่านั้น แต่ได้กลายเป็นแกนหลักของ Soft Power ที่ส่งออกไลฟ์สไตล์และวัฒนธรรมของเกาหลีไปพร้อมกัน